Tuesday, May 24, 2005

ก่อนจะถึงปลายทาง...สถานีอิสตันบูล

บันทึกการเดินทาง..เส้นทางสู่อิสตันบูล...

เมื่อนึกย้อนกลับไปยังคืนแรกเริ่มของแคมเปญ...รอบคัดเลือกยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก สิงหาคม 2004

หงส์แดงได้สิทธิเข้าร่วมแข่งขันในปีนี้ จากมรดกของเชรา อูลลิเยร์ ที่ทิ้งไว้ให้ก่อนลาจากเก้าอี้ผู้จัดการทีมไป

ตำแหน่งที่สี่ในพรีเมียร์ชิพช่วยให้หงส์แดงมีโอกาสลงเตะในรอบคัดเลือก ที่ปีนี้อุดมไปด้วยทีมระดับG7 ของวงการลูกหนังยุโรปมากเป็นประวัติการณ์

ยักษ์ใหญ่อย่าง เรอัล มาดริด และ แมนฯ ยูไนเต็ด เป็นอีกสองทีมที่ระเห็จมาเตะรอบคัดเลือกเช่นเดียวกับหงส์แดง

แฟนหงส์ส่วนใหญ่คงไม่นึกฝันว่าจากคืนวันนั้น พวกเราจะได้ร่วมถ่างตาอดนอน คอยให้กำลังใจเชียร์ทีมจนมาถึงคืนสุดท้ายของการชิงถ้วยใบนี้

พวกเราเหมือนได้ร่วมขบวนรถไฟที่ออกเดินทางตั้งแต่สถานีแรก ..มาจนถึงคืนวันนี้ ที่ขบวนรถแห่งความฝันได้มาถึงสถานีปลายทางเสียที

แต่การเดินทางของขบวนรถสายนี้ในตอนเริ่มแรกนั้น มิได้ถูกคาดหมายให้พาพวกเรามาจนถึงสถานีสุดท้าย พวกเราที่ร่วมขบวนมาเพียงแค่อยากให้รถขบวนนี้ไปให้ไกลที่สุดเท่านั้น ...แค่ไหนก็ได้

เรารู้ว่าวันหนึ่งขบวนรถอาจหยุดเดินทางต่อที่สถานีใดสถานีหนึ่งก่อนถึงจุดหมายสุดท้าย ...เราเชื่อว่าเราจะยอมรับการสิ้นสุดการเดินทางเช่นนั้นได้ we just enjoy it while it lasts

แต่เพียงแค่ขบวนรถเริ่มออกตัว ความฝันของพวกเราก็เริ่มออกอาการสะดุดแล้ว

ในคืนแรกนั้น ..

ราฟา เบนิเตซกับเกมแชมเปี้ยนส์ลีกแรกของเขากับลิเวอร์พูล ..เริ่มต้นด้วยการจับไมเคิล โอเว่น ศูนย์หน้าหมายเลขหนึ่งของทีมนั่งสำรอง!!

เพียงแค่นี้ สื่อก็ประติดประต่อเรื่องราวได้แล้วว่า โอเว่นกำลังจะย้ายไปยังทีมที่ได้สิทธิเล่นในถ้วยยุโรปเช่นกัน และทีมนั้นไม่ต้องการให้โอเว่นติด คัพไท จากการที่เคยลงเล่นให้กับหงส์ก่อนจะย้ายทีม

โชคดีที่คู่แข่งในรอบแรกนี้ไม่แข็งเท่าไหร่ หงส์จึงสามารถเก็บชัยชนะในการออกไปเยือนได้ด้วยสกอร์ 2-0 จากการยิงของเจอราร์ดทั้งสองลูก

ภายหลังการแข่งขันนัดนั้นจบลง โอเว่นได้ย้ายไปร่วมทีมกับเพื่อนรักอย่างเดวิด เบ็คแฮม และกลายเป็นกาลาติกอสรายล่าสุด..

โอเว่นท้ิงท้ายด้วยคำพูดที่เราจะจำไว้ไม่มีวันลืม .."ผมได้ย้ายมาเข้าร่วมทีมที่ดีที่สุดในโลก"

หงส์แดงได้ผ่านเข้าเล่นในรอบแบ่งกลุ่ม แม้ว่าในนัดที่สองของรอบคัดเลือก หงส์จะกล้าๆ แพ้ทีมเยือนคาแอนฟิลด์ด้วยสกอร์ 1-0 ก็ตาม

ใน Match Day 1 นั้น หงส์เปิดบ้านรับการมาเยือนของโมนาโก รองแชมป์เก่าจากฝรั่งเศส แม้ว่าโมนาโกทีมนี้จะขาดแกนหลักที่นำพาให้ทีมทะยานสู่นัดชิงในปีที่แล้วไปหลายคน แต่ทีมจากฝรั่งเศสนี้ก็ถูกยกให้เป็นตัวเต็งในกลุ่มนี้ที่จะผ่านเข้าสู่รอบต่อไป

หงส์แดงเริ่มต้นอย่างน่ามหัศจรรย์ ..Who needs Micheal Owen? เรามีทั้งซิสเซ่ และบารอส

แม้ว่าทั้งคู่จะมีชื่อเป็นผู้ทำประตูในนัดนี้ แต่ทว่าทั้งคู่มิได้เล่นร่วมกัน ราฟา จัดทีมให้เล่นในระบบหัวหอกตัวเดียว และเลือกจัดซิสเซ่ลงตัวจริง และให้โอกาสบารอสลงมาเล่นบ้างในช่วงหลังของเกม

เกมในนัดนี้สะท้อนถึงอะไรหลายๆอย่างที่ตามมาในฤดูกาลนี้ของหงส์แดง

ประการแรก หงส์แดงมีปัญหาแน่นอนเรื่องกองหน้า ทั้งซิสเซ่ และบารอส ไม่สามารถทดแทนความคมของโอเว่น ได้เลย ซึ่งในเวลาต่อมา ความพยายามที่จะนำทั้งสองมาเล่นด้วยกัน ก็ยังไม่ประสบผลสำเร็จดังเช่นการจับคู่ของโอเว่น เฮสกี้ หรือ โอเว่น ฟาวเลอร์ ในอดีต

ประการที่สอง หงส์แดงสามารถเอาชนะได้ทุกทีมในเกมที่แอนฟิลด์ หงส์เล่นเกมรุกได้ดุดัน รวดเร็ว เพลินลูกตาอย่างที่ไม่เคยเห็นมาก่อนในยุคของเชรา อุลลิเยร์ ราฟา ได้สร้างความหวังใหม่ให้กับแฟนๆ

ประการที่สาม ฟอร์มในการเล่นเกมนอกบ้านห่วยแตกจริงๆ นัดเยือน โมนาโก และโอลิมเปียกอส ดูไม่ได้จริงๆ ไม่น่าเชื่อว่าฟอร์มนอกบ้านจะต่างจากที่เห็นในแอนฟิลด์ขนาดนี้

เมื่อย่างผ่าน Match Day 3 ผลการแข่งขันของหงส์มีทั้งชนะ เสมอ และแพ้ แฟนหงส์ต้องลุ้นหนักขึ้น เพราะผู้เล่นเริ่มผลัดกันเจ็บ เริ่มตั้งแต่คนที่เก่งที่สุดก่อน สตีเว่น เจอราร์ด กระดูกเท้าแตก ลงเล่นไม่ได้ในนัดสำคัญที่ต้องออกไปเยือน เดปอร์ติโว

แต่ราฟาก็แสดงให้เห็นฝีมือในการชุบชีวิตนักเตะที่แฟนๆหลายคนคิดว่า หมดอนาคตลูกหนังไปแล้ว เพราะอุลลิเยร์จะปั้นเขาให้เป็นเซนเตอร์ฮาล์ฟตัวกลางแทนที่จะใช้เขาในฐานะกองกลาง อิกอร์ บิสคาน ได้เกิดใหม่อีกครั้งในยุคของเอล ราฟา

บิสคานโชว์ฟอร์มแจ่มจรัสในสเปน ทดแทนการขาดไปของเจอราร์ดได้อย่างไร้ที่ติ และช่วยให้หงส์เก็บสามแต้มสำคัญจากดินแดนกระทิงดุได้

ฤดูกาล 2004/2005 ดำเนินไปได้หนึ่งในสี่ หงส์แดงเริ่มส่อแววต้องคำสาบ ผู้เล่นผลัดกันเจ็ํบ บางรายหนักหนาถึงขึ้นบอกศาลากับการแข่งขันทุกรายการในฤดูกาลนี้ได้เลย กล่าวได้ว่า ตลอดเส้นทางสู่อิสตันบูลนี้ ราฟาเอล เบนิเตซไม่เคยสามารถเรียกใช้ผู้เล่นสิบเอ็ดคนที่ดีที่สุดของสโมสรนี้ได้เลย

ในนัดสุดท้ายของเกมรอบแบ่งกลุ่มซึ่งจะชี้ชะตาของทีมว่าจะเดินตอไปในเส้นทางนี้ หรือจะเปลี่ยนเส้นทางไปสายยูฟ่าคัพนั้น หงส์แดงมีโอกาสเล่นในบ้านของตน โดยมีทีมนำตารางในขณะนั้นมาเยือน โอลิมเปียกอสสามารถแพ้หงส์ได้ หากโมนาโกพ่ายเดปอติโว ในสเปน เงื่อนไขของการเข้ารอบสำหรับหงส์แดงก็คือ ต้องชนะโอลิมเปียกอสสถานเดียว หากไม่อยากทำเรื่องให้ยุ่งยาก ควรจะชนะโดยไม่เสียประตู แต่หากโอลิมเปียกอสยิงได้หนึ่ง หงส์จะต้องชนะในสกอร์ 3-1 เท่านั้นจึงจะเข้ารอบได้

โอลิมเปียกอสออกนำก่อน และเมื่อจบครึ่งแรกสกอร์อยู่ที่ 1-0 หงส์มีเวลา 45 นาทีในครึ่งหลังที่จะพลิกสถานการณ์ ยิงรวดเดียวสามประตูเพื่อเข้ารอบ

ไม่ง่ายเลยครับ ผมแทบจะโยนความหวังทิ้ง และกระโดดลงจากขบวนรถก่อนถึงสถานีด้วยซ้ำ

แต่เบนิเตซทำได้ครับ เขาส่งปงโกลล์ ลงมาในครึ่งหลัง และยิงประตูตีเสมอได้ในช่วงนาทีแรกๆของครึ่งหลัง หงส์มีเวลาเกือบสี่สิบนาทีที่จะยิงอีกสองประตู เฉลี่ยแล้วหนึ่งประตูในทุกๆยี่สิบนาที ...ไม่ยากเท่าไหร่

แต่เวลากลับเดินไปเรื่อยๆโดยไม่มีสกอร์เกิดขึ้น..

เจ้าหนูเมลเลอร์ ถูกส่งลงมาแทนบารอส และก็เป็นเมลเลอร์ที่ยิงจุดประกายความหวังขึ้นมาเมื่อราวๆอีกยี่สิบนาทีจะหมดเวลา

บรรยากาศสุดวิเศษของราตรียุโรปได้ระเบิดขึ้นครั้งแรก ในทันทีที่เจอราร์ดวอลเล่ย์ลูกฮามิช ตีนระเบิด ยัดลูกหนังเข้าสู่ก้นตาข่ายเป็นประตูนำหงส์เข้ารอบ

อารมณ์นั้นสุดบรรยายจริงๆ ผมแหกปากร้องด้วยความยินดี ลืมสังขารกระโดดตัวลอย สุดยอดครับ ..สุดยอด

สมกับที่ได้ลุ้นมาจนเกือบจบเกม หงส์เขี่ยโอลิมเปียกอสไปเล่นถ้วยยูฟ่าคัพ ด้วยลูกยิงลูกนั้นของเจอราร์ด..

หงส์ผ่านรอบแบ่งกลุ่มไปได้ แต่เส้นทางต่อไปนี้จะเป็นรอบน็อคเอ้าท์ หงส์แดงจำต้องเล่นในรอบนี้โดยไร้ ชาบี้ อลองโซ่มิดฟิลด์เชิงสูง ผู้มีลีลาบงการเกมประหนึ่งวาทยากรที่ควบคุมวงออเคสตร้า และเหลือเพียงมิลาน บารอสเท่านั้นที่เป็นกองหน้าอาชีพ รายชื่อนักเตะที่ไม่สามารถลงช่วยทีมได้เริ่มพอกพูนเป็นดินพอกหางหมู

หงส์แดงจับติ้วเจอกับทีมห้างขายยาจากเยอรมัน ซึ่งนับเป็นโชคอย่างมหันต์ หากจะเทียบกับชะตากรรมของทีมร่วมชาติ อย่างผีแดง ที่ประกบคู่กับผีอิตาลี เจ้าบุญทุ่มแห่งลอนดอนจับคู่เจอเจ้าบุญทุ่มสเปญ และปืนอังกฤษชนกับเสือใต้เยอรมัน

แต่กระนั้นก็ดี ไม่มีใครคาดคิดว่าหงส์จะเก็บชัยชนะได้ทั้งนัดเหย้าและนัดเยือน การบุกไปถล่มเลเวอร์คูเซ่นด้วยสกอร์ถึง 3-1 นี้นอกเหนือความคาดหมายของเซียนทุกสำนัก เพราะถิ่นไบอารีน่าของเลเวอร์คูเซ่นนี้เป็นสุสานฝังเหล่ากาลาติกอสชุดขาวที่โดนยำเละไร้รูปบอลใน Match Day 1

เส้นทางในรอบต่อไปเริ่มหินขึ้นเรื่อยๆ เริ่มต้นจากตัวเต็งจากอิตาลี ยูเวนตุส ที่หวนโคจรมารำลึกความหลังเมื่อยี่สิบปีก่อนอีกครั้ง และจากนั้น เชลซี เต็งหนึ่งของหลายสำนัก

สองทีมเต็งถูกพลังคลื่นเสียงของเหล่าเดอะค็อปสยบไร้แรงต้าน หงส์แดงสำเร็จโทษผู้มาเยือนในสองเกมเหย้า ด้วยประตูชัยสุดสวยของการ์เซียในนัดดับยูเว่ และประตูชัยที่บอลไม่ได้ข้ามเส้นโกล์เชลซี ของการ์เซียอีกเช่นกัน

ขบวนรถสายความฝันของหงส์แดงฝ่าอุปสรรคพากองเชียร์มาถึงสถานีสุดท้าย อิสตันบูลในคืนวันนี้ พร้อมกับความรู้สึกที่เรียกว่า On the top of the world

ด้วยทัศนคติ Nothing to Lose อะไรก็เกิดขึ้นได้

แม้ดูจาก team sheet มิลานจะเหนือกว่า...

แต่หากนักเตะหงส์เล่นได้เหมือน45 นาทีแรกของนัดที่สยบยูเว่ ในแอนฟิลด์...แฟนหงส์มีสิทธิเฮ

หงส์แดงอาจมีโชคมากกว่าหลายๆทีม จนสามารถหลุดเข้ามาชิงในคืนนี้ได้

แต่หากคืนนี้เกมจบลงด้วยชัยชนะของหงส์แดงแล้วไซร้ คำครหาเหล่านั้นจะไร้ความหมายในทันที

เหล่ากองเชียร์หงส์แดงทั้งขาประจำ และขาจร คงไม่สนใจนักหรอก ว่าชนะด้วยดวง หรือฝีมือ

ขอแค่ชัยชนะ No question asked แล้วเม็มจะตามมาเอง

1 Comments:

At 4:43 AM , Anonymous บุญชิตฯ said...

ยินดีด้วยครับพี่...
ผมไม่ได้เชียร์ทั้งคู่สองทีมนี้ แต่ตอน 3-0 ผมขึ้นไปนอนดูบนเตียง

น้องที่มาดูด้วยกันนี่จะกลับห้องแล้ว

ปรากฎ 3-1 ยังคุยกันว่า เออ ดี สกอร์สวยหน่อย
พอ 3-2 ผมก็ต้องลงจากเตียง...

 

Post a Comment

Subscribe to Post Comments [Atom]

Links to this post:

Create a Link

<< Home