Thursday, May 05, 2005

ชัยชนะของพลังมวลชน...สีแดง

ผมเคยเขียนไว้ในBlogนี้ว่า การได้แชมป์ที่รีบ็อค สเตเดี้ยมของสิงห์บลู จะสร้างความฮึกเหิมให้กับนักเตะของมูรินโญ่ยิ่งนัก ชวนให้สยองว่าแอนฟิลด์ในคืนวันอังคาร จะกลายเป็นสถานบันเทิงแหล่งต่อมาของผองนักเตะและเหล่ากองเชียร์เชลซี

รสชาติอันโอชะของความสำเร็จจากการครองแชมป์ลีกสูงสุดเป็นครั้งแรกในรอบ 50 ปี กำลังจะได้รับการเติมความหอมหวานด้วยการผ่านเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศแชมเปี้ยนส์ลีก ..เพียงแค่ทีมเชลซีเดินออกจากสนามแอนฟิลด์โดยไม่ปราชัย

การพินิจพิเคราะห์ตามหลักฐานและหลักเหตุผล ชวนให้สรุปว่า ..เชลซีจะไม่ปราชัยต่อหงส์ในการพบกันเป็นครั้งที่ห้าในฤดูกาลนี้ ..ยิ่งเมื่อหวนนึกถึงคำกล่าวในวงการฟุตบอลที่ว่า .. "ตารางอันดับทีมในลีกไม่เคยโกหก" ด้วยแล้ว.. ยิ่งชวนหดหู่ ..จากตารางคะแนนเมื่อการแข่งขันในคืนวันเสาร์สิ้นสุดลง ลิเวอร์พูลตามหลังเชลซีถึง 33 คะแนน

มันเป็นช่องว่างที่ห่างกันจนเกินไป..สำหรับคู่ตัดเชือกแชมเปี้ยนส์ลีก

แต่ทว่า ราฟาเอล เบนิเตซก็ยังมั่นใจว่าจะพาทีมเข้าชิงได้ ...เขาให้สัมภาษณ์ตั้งแต่เมื่อจบการแข่งขันเลกแรกเมื่อสัปดาห์ก่อนแล้วว่า หงส์แดงจะได้เปรียบจากการได้กลับไปเล่นในบ้าน ...เพราะเหล่ากองเชียร์เดอะค็อปจะเป็นพลังขับเคลื่อนที่สำคัญช่วยให้ทีมผ่านเชลซีเข้าไปชิงได้

มูรินโญ่ไม่ได้ใส่ใจกับปัจจัยบนอัฒจันทร์ เพราะเขาบอกว่า "The fan can't play" ..เกมการแข่งขันมันตัดสินกัน โดยผู้เล่นเพียงยี่สิบสองคนที่อยู่ในสนาม พวกกองเชียร์ไม่เกี่ยว

เมื่อกุนซือระดับมูรินโญ่ไม่ให้เครดิตกับพลังมวลชนที่ฝั่งค็อปส์เอ็นด์เช่นนี้ เบนิเตซจะหวังพึ่งความได้เปรียบในฐานะเจ้าบ้านได้แค่ไหนกัน..

ความหดหู่และสิ้นหวังกับโอกาสเข้าชิงที่มีในใจ กลับหายไปสิ้น เมื่อภาพบรรยากาศในสนามแอนฟิลด์ได้ถูกถ่ายทอดผ่านจอทีวีให้เราได้ชมกัน

จริงอย่างที่เขาว่า ..บรรยากาศในราตรีแห่งเกมยุโรปช่างมีมนต์ขลังอย่างหาที่เปรียบไม่ได้

ทีมมากประสบการณ์อย่างยูเวนตุสยังถูกสะกดด้วยเสียงเชียร์ของเหล่าเดอะค็อปเลย

นับประสาอะไรกับเหล่านักเตะที่เพิ่งลิ้มรสกับความสำเร็จระดับเมเจอร์ โทรฟี่ครั้งแรกในรอบ50ปีอย่างเชลซี..

และที่อยู่เหนือความคาดหมายใดๆคือ ..บรรยากาศและเสียงเชียร์ส่งผลต่อการตัดสินใจของไลน์แมนชาวสโลวีเนียด้วย!

ลูกยิงของการ์เซียในนาทีที่ 4 ของการแข่งขัน ถูกตัดสินให้เป็นประตู แม้ว่าจะถูกกองหลังเชลซีไปแซะออกมาจากประตูได้ก็ตาม

ตามกฎแล้วนั้น ลูกบอลต้องข้ามเส้นประตูเข้าไปเต็มใบ แต่ดูจากภาพช้าหลายๆครั้ง (แม้ว่าจะไม่เห็นอย่างชัดเจนก็ตาม) ผมเชื่อว่าลูกนั้นไม่ได้ข้ามเส้นไปเต็มใบอย่างแน่นอน (ยิ่งไปกว่านั้น ข่าวในวันต่อมา ็ี้มีภาพที่สร้างจากคอมพิวเตอร์ซึ่งแสดงให้เห็นว่าลูกยิงนั้นยังไม่ได้ข้ามเส้นไปด้วยซ้ำ!!)

การ์เซียเล่นบทกลมกลืนได้สนิทมาก เมื่อเห็นบอลถูกสกัดออกมา เขาวิ่งกางแขน หันหลังให้กรรมการและไลน์แมน แล้วมุ่งหน้าไปเฮกับพวกกองเชียร์ ที่ข้างสนามทันที

ผมหวนนึกถึงลูก Hand of God ของมาราโดน่าในฟุตบอลโลก 1986 ที่เสือเตี้ยใช้หมัดชกบอลขณะโดดแย่งลูกกลางอากาศกับปีเตอร์ ชิลตั้นนายทวารทีมชาติอังกฤษ ทันทีที่ลูกเข้าไปกองในตาข่าย มาราโดน่าวิ่งชูมือไปที่ข้างสนามทันที ทำเสมือนว่าลูกที่เกิดขึ้นนั้นมิได้มีอะไรตุกติก

สิ่งที่คล้ายกันอีกประการคือ กรรมการในเกมนั้นกับไลน์แมนในนัดนี้ต่างมิใช่ผู้ตัดสินเกมในระดับแนวหน้าด้วยกันทั้งคู่ ถ้าผมจำไม่ผิดกรรมการในนัด Hand of God นั้นมาจากตูนิเซีย ในขณะที่ไลน์แมนในนัดตัดเชือกนี้มาจากสโลวีเนีย กรรมการหรือไลน์แมนระดับนี้อาจหวั่นไหวไปตามบรรยากาศและเสียงเชียร์ได้ง่าย

ลูกยิงของการ์เซียไม่เพียงแต่เป็นประตูตัดสินที่ช่วยให้หงส์ผ่านเชลซีเข้าไปชิง ..

..แต่ยังเป็นลูกยิงที่หยุดสถิติ"ไม่แพ้" ในรอบน็อคเอ้าท์ของมูรินโญ่ไว้แค่นี้อีกด้วย..

..และเป็นลูกยิงที่ช่วยให้หงส์ชนะเชลซีได้เป็นครั้งแรกในฤดูกาลนี้..

..ทั้งๆที่ลูกยิงนั้นยังไม่ได้ข้ามเส้นประตูเข้าไปแม้แต่น้อยเลยด้วย !!!

แต่จะว่าไปแล้ว เชลซีในนัดนี้มิได้มีความคม และเฉียบขาดในการเข้าทำดังเช่นในรอบที่ผ่านมา จะเห็นได้ว่าเกือบเก้าสิบนาที เจอร์ซี่ ดูเด็คไม่ได้แสดงฝีมือเซฟลูกยิงจากฝั่งเชลซีเลยแม้แต่น้อย จะมีใกล้เคียงบ้างก็คือลูกฟรีคิกของแลมพาร์ด ในช่วงท้ายครึ่งหลัง

ผู้วิจารณ์เกมทาง ESPN เดาใจมูรินโญ่ว่่าจะต้องส่งผู้เล่นในแนวกว้างลงมาป่วนแนวรับหงส์ตั้งแต่ต้นครึ่งหลังอย่างเป็นแน่ เพราะในครึ่งแรกนั้นหงส์แพ็คเกมตรงกลางไว้อย่างแน่นหนามากจนไม่มีรูให้เชลซีเจาะ ผู้เล่นอย่างร็อบเบน หรือดัฟฟ์ จึงเป็นทางแก้ปัญหาที่สมเหตุสมผล ้

แต่มูรินโญ่กลับไม่ทำเช่นนั้น เขากลับเลือกใช้ผู้เล่นชุดเดิมต่อไปในครึ่งหลัง จนเวลาล่วงเลยมาเกือบถึงนาทีที่เจ็ดสิบ อาร์เยน ร็อบเบนถึงได้ถูกส่งลงมา

คุณนิติรัฐ เป็นพยานให้ผมได้ ...ช่วงเวลาที่ร็อบเบนอยู่ในสนามถือได้ว่าเป็นห้วงเวลาแห่งความทุกข์ทรมานอย่างสูงสุดสำหรับแฟนหงส์ เพราะเกมทางริมเส้นของเชลซีเริ่มอันตรายมากขึ้นทุกขณะ

จากที่ไม่มีโอกาสส่องยิงเลย..เริ่มแปรเปลี่ยนเป็นมีโอกาสใกล้เคียงขึ้นๆ

..เวลาแต่ละวินาทีเดินไปอย่างช้าๆ..ยิ่งช่วงห้านาทีสุดท้ายก่อนถึงกำหนดเก้าสิบนาทีของเกมปกติด้วยแล้ว..อึดอัดใจเป็นที่สุด

ความรู้สึกหวาดกลัวว่าหงส์จะเสียประตูในช่วงนาทีท้ายเกาะกุมจิตใจผมอยู่ เพราะมูรินโญ่เคยฝากรอยแค้นกับปีศาจแดงในฤดูกาลที่แล้ว เมื่อบุกมายันเสมอด้วยการยิงตีเสมอในช่วงท้ายเกม..

กงล้อประวัติศาสตร์อาจหมุนวนกลับมาอีกครั้งเมื่อไหร่ก็ได้..ขณะเดียวกันนั้นเอง ผมก็นึกถึงคำพูดของสหายรุ่นน้องผู้ละทิ้งตรรกะและเหตุผลไปในทันที เมื่อถึงคราวต้องสวมหมวกสาวกผีแดง ..
เขาได้กล่าวไว้อย่างหงุดหงิดหลังเกมนั้นว่า ..ผีแดงถูกโกง ยิงประตูอะเวย์โกล์ท้ายเกมอย่างนี้ มันโกงกันชัดๆ เล่นยิงแบบไม่มีเวลาให้แก้ตัวได้อย่างนี้ ..โกงๆๆๆๆ

..เป็นครั้งแรกที่ผมเข้าใจเขาผู้นั้น ..ว่าไปแล้วเขาก็ไม่ได้ไร้เหตุผลไปเสียหมด เมื่อถึงคราวเชียร์ทีมรัก..

การทดเวลาพิเศษออกไปอีกถึง 6 นาทียิ่งทำให้อาการเครียดกำเริบรุนแรงขึ้น แค่ช่วงหกนาทีสุดท้ายนี้ ผมเดินไปมาระหว่างทีวีกับตู้เย็นตั้งหลายรอบ ทั้งเติมน้ำดื่มและเดินหนีจากเหตุการณ์ที่ชวนสยองที่สุดในเกม ใช่ครับ ลูกยิงระยะหวังผลของกุ็ดยอนเซ่น มันพุ่งแหวกอากาศผ่านแข้งกองหลังหงส์และกองหน้าเชลซีออกไปได้อย่างปาฏิหารย์...หวาดเสียวชิบหายเลยครับ

ความทรมานทั้งหลายทั้งปวงสิ้นสุดลงทันทีเมื่อกรรมการเป่านกหวีดยาวยุติการแข่งขัน ..ตอนนั้น..ผมอยู่บนสวรรค์ชั้นเจ็ดแล้ว

หงส์แดงกลับสู่เวทีชิงชัยถ้วยใหญ่สุดของยุโรปอีกครั้ง ถ้วยที่เคยเรียกขานกันครั้งหนึ่งว่า "ยูโรเปี้ยนคัพ"

ในความรู้สึกของแฟนหงส์ทุกคน โดยเฉพาะพวกรุ่นอายุสามสิบห้าอัพ ถ้วยยูโรเปี้ยนคัพนี้คือถ้วยของหงส์แดงนะครับ ..แม้ว่ามาดริดจะได้ครองแชมป์ถ้วยนี้มากกว่าใครก็ตาม แต่พวกเรารู้สึกเสมอ..ว่านี่คือถ้วย..ของเรา

รอย อีแวนส์เคยให้สัมภาษณ์ว่า รู้สึกเจ็บปวดทุกครั้งที่เห็นทีมอื่นชูถ้วยยูโรเปี้ยนคัพ(โดยเฉพาะเมื่อคราวผีแดงคว้าถ้วยนี้ด้วยการ "โกง" บาเยิร์น) เพราะมันไม่ต่างกับของรักของหวงของเราโดนผู้อื่นเชยชม ถ้าหงส์แดงไม่โดนแบนจากเหตุการณ์ที่สนามเฮย์เซลในปี 1985 แล้วละก็ ทีมจากอิตาลี หรือสเปนคงไม่มีโอกาสสัมผัสถ้วยนี้ได้บ่อยนักหรอก

ตอนนี้..ผมไม่แคร์แล้วว่าจะได้ที่สี่หรือไม่ ..หรือว่า. ยูฟ่าจะยินยอมให้หงส์ไปเตะแชมเปี้ยนส์์ลีกอีกครั้งในฐานะแชมป์เก่าหรือเปล่า วินาทีนี้..ต้องการเพียงอย่างเดียวครับ...

อยากเห็นหงส์เป็นแชมป์ในคืนวันที่ 25 นี้จริงๆ คืนนั้นแฟนหงส์ทั่วโลกคงรวมพลังส่งแรงใจให้กับนักเตะกันอีกครั้ง

ที่พิเศษกว่านั้นก็คือ..จะมีแรงเชียร์จากแฟนผีสำนักหลังเขามาร่วมสร้างพลังมวลชนสีแดงด้วยอีกราย

Come on you, Reds!!!

8 Comments:

At 10:34 AM , Blogger One Life said...

ผมเอาใจช่วยให้ปีนี้ นกกระเด้าลมได้เป็นแชมป์กับเขาบ้าง
เพราะที่มิลานบ้านผม ช่วงนี้หาที่วางถ้วยไม่ค่อยได้ครับ
ถ้าcorgimanไม่อยากเสียตังค์เปิดเมมบอกผมได้นะครับ
ผมจะบอกพลพรรคแดงดำ ให้เค้นฟอร์มปิศาจออกมาให้ในรอบชิง...555

 
At 12:41 PM , Blogger pin poramet said...

เริ่มสัมผัสได้ถึงพลังแห่งความเชื่อมั่นของสาวกหงส์ทัวโลก

ว่าแต่ที่ลั่นวาจาไว้นะ รู้เปล่าครับว่าหลายตังนะ

 
At 10:53 AM , Blogger ratioscripta said...

ในฐานะแฟนนกกระเต้าลม เช่นกัน ช่วงนี้ผมซื้อสตาร์ซอคเกอร์มาอ่านอย่างไม่ค่อยเสียดายตังค์ เพราะช่วงหลังๆ ไม่กล้าแม้จะหยิบ อ่านพาดหัวทีไรแล้วใจมันแป๊ว นัดไหนเล่นชนะ ผมซื้อเก็บไว้เป็นที่ระลึกเลย ว่าจะเม้มไว้เป็นเอกสารทางประวัติศาสตร์ โดยเฉพาะนัดกับอาร์เซนอล (คืนนู้น และหวังว่าจะเป็นคืนพรุ่งนี้ด้วย แหะๆๆ) โอลิมเปียกอส และเชลซี

ช่วงหลังๆพอผมอ่านซอคเกอร์ หรือ ข่าวฟุตบอลตามเว็บไซต์กีฬาแล้ว มันไม่ค่อยอิ่ม ต้องตามมาอ่านบล็อกของอาจารย์ต่อ

อย่างที่ผมเคยคุยกับเพื่อนผมไว้ว่า งานเขียนอาจารย์วิจารณ์ฟุตบอล มันเหมือนวรรณกรรม ผมก็ดูแมตซ์ที่อาจารย์ดูเหมือนกัน

แต่ไม่ยักกะเห็น ไม่ยักกะสัมผัสได้เหมือนอาจารย์

เลยต้องตามมาอ่านนี่แหล่ะครับ

เติมเต็มเกมส์ หลังจบการแข่งขัน

ขอคาราวะด้วยใจจริงครับ

 
At 11:32 PM , Blogger The Corgiman said...

ขอบคุณครับ คุณratioscripta

เราก็คนหัวอกเดียวกัน ช่วงนี้เริ่มใจคอไม่ค่อยดีแล้ว ท็อฟฟี่ดันเก็บสามแต้มได้
คืนพรุ่งนี้ถ้าแพ้ก็หมดหวังอันดับสี่

ถ้าชนะก็ต้องลุ้นต่อไปอีก

เกิดวืดที่สี่ ก็ต้องไปลุ้นนัดชิงแชมเปี้ยนส์ลีกต่ออีกนัด โอยยย มีแต่ลุ้นกับลุ้น..

แฟนหงส์นี่มันมีกรรมจริงๆนะครับ ทรมานคนแก่อย่างผมจริงๆเลย

 
At 8:48 PM , Blogger ratioscripta said...

เข้าใจความรู้สึกเลยครับอาจารย์

ผมเชียร์มาตั้งแต่เด็ก แต่มาดูจริงๆจังๆ ก็ช่วงสิบปีให้หลังนี่เอง ช่วงที่มันเรี่ยพื้นติดดินเนี่ยแหล่ะครับ

รู้สึกเหมือนผมหรือเปล่าครับ

เชียร์หงส์แดง อารมณ์เหมือนเชียร์ทีมชาติไทย (โดยเฉพาะช่วงที่ผมโตนี่แหล่ะ) เสียวมันทุกนัด

...เอ เมื่อวานดูเอฟเวอร์ตัน เหมือนเห็นทีมชาติไทยคนนึงเล่นอยู่แถวๆกลางสนาม เมียงมองหลายที ไม่ยักกะใช่ สามช้างน้อย ก้าวไกลสู่เอฟเวอร์ตัน (เพราะเห็นกลับมาวิ่งตากแดดหน้าร้อนที่เมืองไทยกันหมดแล้ว โดยเฉพาะลีซอกะบีอีซี)

ละม้ายซิโก้ เสนาเมือง...ดูชื่อด้านหลัง ไม่ยักกะใช่ เพราะมันดันเขียนว่า CAHILL

คนบ้าอะไร หน้าเหมือนกันอย่างกับแกะ

 
At 11:00 PM , Blogger ratioscripta said...

ครึ่งแรก (ขณะนี้) โดนปืนซัดไป 2 เม็ด

ไม่ทราบว่า ไม่ได้อันดับสี่

อาจารย์จะลดดีกรีของเมมที่สัญญากับผองเพื่อนหรือเปล่าครับ...(อยากรู้ด้วยคน)

 
At 12:56 AM , Blogger pin poramet said...

คุณ ratio จะดูถูก corgiman เกินไปแล้วนะครับ

ตั้งแต่รู้จักกันมาหลายปี คนอย่าง corgiman พูดคำไหน เป็นคำนั้นตลอด ไม่เคยบิดพลิ้ว ไม่เคยคืนคำ

ไม่เคยลดดีกรีของคำสัญญากับผองเพื่อน

ไม่มีวันที่ corgiman จะทำตัวแย่ๆ ไม่น่านับถือขนาดนั้นหรอกครับ

การันตีได้เลย (ฮา)

 
At 9:59 AM , Blogger The Corgiman said...

เวลาคนผิดหวังหนักๆเนี่ย...

มันทำอะไรที่คาดไม่ถึงได้เหมือนกันนะ..น้องปิ่น

 

Post a Comment

Subscribe to Post Comments [Atom]

Links to this post:

Create a Link

<< Home