Friday, April 15, 2005

จาก Italian Job สู่ All England Semis

ก่อนการแข่งขันในเกมรอบสิบหกทีมสุดท้ายของถ้วยยูฟ่าแชมเปี้ยนส์ลีกเมื่อคืนวันพุธจะเริ่มขึ้น ทีมจากเกาะอังกฤษทีมหนึ่งได้เข้ารอบตัดเชือกไปก่อนหน้านี้แล้ว และคอบอลชาวอังกฤษต่างก็หวังให้ทีมจากเกาะอังกฤษอีกทีม จะสามารถสำเร็จ(ภาร)กิจในถิ่นของชาวอิตาเลี่ยน และตบเท้าตามเข้ารอบไปเพื่อที่ในนัดชิงปีนี้จะมีหนึ่งทีมจากอิงกาแลนด์เข้าแย่งชิงถ้วยใหญ่ของยุโรป

ไม่น่าเชื่อว่าลิเวอร์พูล ทีมอันดับห้าของตารางในปัจจุบัน ทีมที่ได้ตั๋วใบสุดท้ายของแชมเปี้ยนส์ีกในฤดูกาลก่อน ..จะเป็นทีมที่ต้องแบกรับความหวังของชนชาวอังกฤษทีมนั้น

อดีตนั้นหงส์แดงคือจ้าวยุโรปหนึ่งเดียวในอังกฤษ แต่ยุคสมัยนี้หงส์แดงคือม้านอกสายตา

จะไม่ให้เป็นได้ยังไงล่ะครับ ...นี่คือทีมที่เสียศูนย์หน้าอันดับหนึ่งไปถึงสองคนตั้งแต่เริ่มฤดูกาลได้ไม่นานนัก (คนแรกไปwarm ม้านั่งสำรองที่มาดริด ส่วนคนที่สองขาหักที่อีวู้ด ปาร์ค)

..และในเกมที่หลายคนคาดหวังผลงานระดับ "แพ้ไม่ได้" พวกเขาจะต้องลงสนามโดยขาดกัปตันทีมคนเก่ง(ผู้มีข่าวเสมอว่าจะทิ้งทีมไปหาว่าที่คู่ต่อสู้ในนัดตัดเชือก)

หงส์แดงเข้าสู่เกมในนัดที่สองของรอบสิบหกทีมสุดท้ายด้วยสกอร์ที่นำยูเว่อยู่ สองประตูต่อหนึ่ง ประตูอะเวย์โกล์ที่เสียไปในนัดแรกทำให้การพ่ายด้วยสกอร์ หนึ่งศูนย์ก็เพียงพอจะยุติเส้นทางยุโรปในซีซั่นนี้ของหงส์แดง

หนึ่งศูนย์สำหรับยูเว่ ..ในถิ่นเดลเล่ อัลปิของตัวเอง...
ซึ่งในเกมยุโรปซีซั่นนี้..ยูเว่ชนะทุกเกมในสนามแห่งนี้ ...ด้วยสกอร์นี้ด้วยเช่นกัน (เท่าที่ผมจำได้ กับ อาแจ็กซ์ บาเยิร์น และใน 90 นาทีกับมาดริด)

เหล่า pundits ลูกหนังต่างชี้ว่า หากยูเว่ได้ประตูขึ้นนำ ..หงส์คงลำบากที่จะพลิกวิกฤติเพื่อเข้ารอบได้..เพราะเราทราบกันดีว่า การเจาะไข่ทีมจากอิตาลีในถิ่นของพวกเขาเอง ในยามที่พวกเขาต้องการรักษาสกอร์นำนั้นยากเพียงใด (แต่ แอนดี้ โคลและผองเพื่อน class of 99 คงไม่เห็นด้วยเท่าไหร่นัก)

พวกเขาคงมองข้ามความเป็นจอมแท็คติดแห่งเกมยุโรป ของเอล ราฟา ไป...

ช่วงก่อนเกม ผู้วิจารณ์ทางช่อง ESPN ต่างยกย่องในกึ๋นเกมยุโรปของราฟา ต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า เบนิเตซ "รู้" ว่าจะเล่นกับทีมในยุโรปอย่างไร (และกล่าวต่อด้วยว่า ตรงกันข้ามกับเกมในพรีเมียร์ชิพ ที่ราฟา "ไม่รู้" ว่าจะเล่นกับพวก โบลตั้น หรือแมนฯ ซิตี้อย่างไรดี)

หากดู formation จากช่่วงก่อนเกมจะเริ่ม จะพบว่า หงส์ใช้แบ็คสี่ตัว กลางสี่ ทิ้ง บารอสไว้ข้างหน้าคนเดียว โดยมี การ์เซียเป็นตัวฟรี

เราได้เห็นการปรับหมากระหว่างที่เกมดำเนินไป ในลักษณะที่ทำให้รูปแบบการวางตำแหน่งในตอนต้นนี้เป็นเพียงการยืนของผู้เล่นช่วงก่อนเขี่ยลูกเท่านั้น ผมสังเกตุเห็นว่าในตอนต้นเกมนั้น เมื่อทีมเซ็ทเกมรุกขึ้นมา รีเซีจะรับบทตัวทะลวงทางด้านซ้าย โดยเล่นเหมือนกับปีกซ้ายเลยทีเดียว แต่เมื่อยูเว่ เริ่มกดดัน รีเซ่จะถอยลงมาเล่นเป็นแบ็คซ้าย และหุบเอาทราโอเร่ เข้าไปเป็นเซ็นเตอร์ตัวที่สาม ซึ่งทำให้แผงแนวรับด้านหน้าดูเด็คมีจำนวนถึงห้าตัวด้วยกัน ทางยูเว่ก็มีการปรับแท็คติดเหมือนกันเมื่อการแข่งขันผ่านไป โดยคาโมราเนซี่ที่เล่นทางกราบขวาหุบเข้ามาเล่นตรงกลาง และให้บลาซี่ถ่างออกไปทางด้านข้างแทน

ยูเว่มีโอกาสสร้างความเสียวใส้ได้เพียงครั้งเดียวจริงๆในครึ่งแรก และเส้นทางลำเลียงนั้นมาจากด้านขวาของแนวรับหงส์ ซามบร็อตต้าซึ่งเล่นแบ็คซ้าย เป็นผู้เล่นที่สร้างความหวาดเสียวให้กับกองเชียร์หงส์มากที่สุด เพราะมีอิสระในการเติมเกม และสามารถเปิดบอลเข้ากลางได้หลายครั้ง

ลิเวอร์พูลสามารถตีกรอบจำกัดวงไม่ให้ยูเว่สร้างปัญหากับดูเด็คได้แม้แต่น้อย มีเพียงไม่กี่ครั้งเท่านั้นที่จะมีผู้เล่นยูเว่เล็ดรอดเข้ามาในเขตโทษได้พร้อมกับมีลูกบอลอยู่ที่เท้า น้อยครั้งมากที่ยูเว่จะได้เล่นลูกเซ็ตพีซในพื้นที่สีแดงของลิเวอร์พูล ไม่ว่าจะเป็นลูกฟรีคิก หรือลูกเตะมุมก็ตาม นั่นย่อมแสดงให้เห็นว่า การทำฟาล์วในบริเวณหน้ากรอบเขตโทษ หรือในเขตโทษ แทบไม่มีให้เห็นเลยด้วยซ้ำ

หลายปัจจัยที่ช่วยให้ภารกิจในตูรินสำเร็จลุล่วงไปได้ ประการแรกสุดคงหนีไม่พ้น โชค ในช่วงต้นเกมนั้น ผุ้ช่วยผู้ตัดสินยกธงล้ำหน้าขึ้นในจังหวะได้เสียสองสามครั้ง ซึ่งนั่นทำให้เกมรุกยูเว่เสียจังหวะไปพอสมควร

อีกส่วนหนึ่งคงต้องยกเครดิตให้กับผู้เล่นหงส์ที่เล่นได้อย่่างไม่ผิดพลาด ซึ่งรวมไปถึงชาบี้ อลองโซ่ ผู้ซึ่งกลับมาจากการบาดเจ็บและลงเล่น senior game เกมนี้เป็นเกมแรก ว่าไปแล้ว หงส์แดงที่มีอลองโซ่ ดูจะเล่นเป็นยูนิทเดียวกันมากกว่าเวลามีเจอร์ราดอยู่ในทีมซะอีก ผู้เล่นในแดนกลางที่ช่วยทีมได้มากอีกคนคือ อีกอร์ บิสคาน ผู้ซึ่งทั้งเก็บบอล ดึงจังหวะ และเรียกฟาล์วจากผู้เล่นยูเว่ได้บ่อยครั้ง ไม่น่าเชื่อว่านี่คือผู้เล่นที่แฟนบอลอยากขับให้พ้นจากทีมให้รู้แล้วรู้รอด ภายใต้การคุมทีมของเฮียโปนเมื่อปีที่แล้ว

หากเปรียบเทียบฟอร์มในบ้านของทั้งสองทีมนี้จะพบว่า หงส์มีความดุดันในการเปิดเกมรุกมากกว่ายูเว่ จริงๆ เพราะในเกมเมื่ออาทิตย์ที่แล้วนั้น หงส์เล่นงานยูเว่จนเป๋ไปเป๋มาตลอดสี่สิบห้านาทีแรก และได้สองประตูขึ้นนำ แต่ครั้นเมื่อยูเว่เป็นเจ้าบ้านบ้าง กลับมิได้ให้การต้อนรับทีมเยือน อย่างดุดัน สมน้ำสมเนื้อกับที่หงส์แดงแสดงออกเมื่อเจ็ดวันก่อนหน้า ผมคิดว่านี่คือความแตกต่างที่ตัดสินผลแพ้ชนะในคู่นี้อย่างแท้จริง

เมื่อไม่สามารถเจาะประตูได้ในเก้าสิบนาทีของเกมนัดที่สอง ยูเว่จึงต้องเป็นฝ่ายโบกมือลาเกมยุโรปในซีซั่นนี้ไป ปล่อยให้รอบรองสายนี้เป็นการประชันแข้งของทีมจากเกาะอังกฤษด้วยกันเองเป็นครั้งแรก

ส่วนหนึ่งของความสำเร็จในการเล่นเกมยุโรปคือ ความสามารถในการสร้างเซอร์ไพรซืให้กับคู่แข่ง และใช้ประโยชน์จากสิ่งที่คู่แข่งมิได้ศึกษาข้อมูลมา หรือไม่ได้เตรียมกลยุทธ์มาแก้ ในเกมแรกนั้นหงส์สร้างเซอร์ไพรซ์ด้วยการส่ง เลอ ทัลเล็ค ลงมาเล่นหน้าคู่กับบารอส ซึ่งเป็นการจับคู่กันครั้งแรกของทั้งสองนักเตะในซีซั่นนี้ กลยุทธนี้สร้างความป่วนให้กับกองหลังยูเว่ได้ไม่น้อย ดังจะเห็นได้จากลูกที่สองที่หงส์ได้ประตู

หน้าหนึ่งในตำนานความสำเร็จบนถนนลูกหนังยุโรป ก็เรื่องราวของโฮเวิร์ด เกย์ล นักเตะผิวสีคนแรกของสโมสร ซึ่งถูกบันทึกไว้เมื่อยี่สิบสี่ปีก่อน

โฮเวิร์ด เกย์ลได้เล่น the game of his life ในเกมการแข่งขันนัดที่สองของรอบตัดเชือก ที่โอลิมปิก สเตเดียม ในเมืองมิวนิค เนื่องจาก เคนนี่ ดัลกลิชได้รับบาดเจ็บตั้งแต่ต้นเกม จนไม่สามารถเล่นต่อได้ บ็อบ เพสลี่ย์ผู้เป็นกุนซือเลือกส่งเขาลงไปแทนดัลกลิช ทั้งๆที่นักเตะในรายชื่อสำรองรายอื่นนั้นล้วนมีประสบการณ์กับเกมมากกว่าเขาทั้งสิ้น เหตุผลที่เพสลี่ย์เลือกเขาก็มีเพียงแค่ว่า โฮเวิร์ด เกย์ลเป็นนักเตะคนเดียวที่บาเยิร์น มิวนิคไม่รู้จักแม้แต่น้อย

สถานการณ์ครั้งนั้นจึงสร้างให้โฮเวิร์ด เกย์ลเป็นวีรบุรุษ เพราะเป็นเขานี่เองที่ฉีกกองหลังบาเยิร์น เป็นริ้วๆ และมีส่วนทำให้หงส์แดงได้อะเวย์โกล์อันล้ำค่า ที่ช่วยให้ทีมผ่านเสือใต้เข้าไปชิงกับรีล มาดริดได้ในที่สุด

น่าเสียดายที่ในการแข่งรอบตัดเชือกนี้เป็น All-England Semis เพราะทั้งสองทีมเจอกันมาสามครั้งแล้วในฤดูกาลนี้ ทั้งสองทีมต่างรู้จักขุมกำลังของกันและกันเป็นอย่างดี ไม่มีอะไรที่จะเซอร์ไพรซ์อีกฝ่ายได้มาก แม้ว่าหงส์จะได้ทั้งซิสเซ่ และอลองโซ่กลับมา ซึ่งตามที่เฮียโปนเคยกล่าวไว้ในฤดูกาลก่อนว่า การได้นักเตะที่หายจากการบาดเจ็บยาวนานกลับมา เหมือนกับได้ผู้เล่นใหม่เข้ามาสู่ทีม ก็ตาม ข้อมูลการเล่นของนักเตะทั้งสองอยู่ในคอมพิวเตอร์ของมูรินโญ่หมดสิ้นแล้ว

ผมขอพยากรณ์ไว้ก่อนเลยว่า หนึ่ง เราคงไม่ได้เห็นเชลซียิงประตูคู่แข่งในถิ่นแสตมฟอร์ด บริดจ์ถึงสี่ลูก เหมือนในสองเกมของรอบก่อนหน้าอีกแน่ๆ ตรงกันข้าม เกมอาจจะจบลงด้วยสกอร์ที่ใกล้เคียงกับเมื่อครั้งที่สองทีมนี้พบกันในพรีเมียร์ชิพ ซึ่งคงจะทำให้เกมดูไม่สนุกเหมือนตอนเชลซีบู๊กับบาร์ซ่า หรือบาเยิร์น และสอง กองเชียร์หงส์ หรือจะเรียกให้ถูก กองแช่งเชลซี จะมีเพิ่มมากขึ้น โดยเฉพาะเหล่าสาวกผี และปืน คงอยากเห็นโชเซ่ ตกสวรรค์เป็นที่สุด

สำหรับแฟนหงส์นั้น แม้ว่าในซีซั่นนี้จะแพ้เชลซีไปแล้วถึงสามนัด แต่ในหัวใจของแฟนหงส์กลับไม่เคยรู้สึกว่า ทีมรักสู้เชลซีไม่ได้ แม้แต่ครั้งเดียว ด้วยสายตาที่เปี่ยมด้วยความรักที่มีต่อทีม เรารู้สึกเสมอว่า สมควรเป็นผู้ชนะ อย่างน้อย สองในสามครั้งที่เจอกันมา

สองนัดที่จะเจอกัน แฟนหงส์ไม่ต้องการอะไรมาก อย่าแพ้ ถ้าไม่ชนะ ก็ขอแค่เสมอแบบไม่เสียเปรียบอะเวย์โกล์ก็พอ

0 Comments:

Post a Comment

Subscribe to Post Comments [Atom]

Links to this post:

Create a Link

<< Home